ฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ที่บ้าน

สำหรับผู้ป่วย Stroke การทำกายภาพบำบัดหลังออกจากโรงพยาบาลถือเป็นส่วนสำคัญในการฟื้นฟูร่างกายและความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวันของคนไข้ให้กลับมาใกล้เคียงปกติมากที่สุด หลายครอบครัวมักมีคำถามว่า ควรพาคนไข้ไปกายภาพที่โรงพยาบาล คลินิก ศูนย์ฟื้นฟู หรือเลือกฟื้นฟูที่บ้านดี แต่เนื่องจากผู้ป่วยแต่ละคนมักมีปัจจัยส่วนตัวที่แตกต่างกัน การเลือกจึงควรพิจารณาจากความสามารถของผู้ป่วย เป้าหมายในการฟื้นฟู ความสะดวกในการเดินทาง การสนับสนุนจากครอบครัว และความซับซ้อนทางการแพทย์ของแต่ละราย

สำหรับผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต หรืออ่อนแรงครึ่งซีกที่เดินทางลำบาก CareConnect ให้บริการกายภาพบำบัดถึงบ้าน ตั้งแต่การฝึกนั่ง การย้ายตัว ไปจนถึงการฝึกเดิน โดยนักกายภาพบำบัดและนักกิจกรรมบำบัด พร้อมการประเมินและวางแผนโดยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู เพื่อให้การฝึกมีเป้าหมายและปรับตามความก้าวหน้าของผู้ป่วย

เริ่มต้นด้วยการประเมินโดยแพทย์และการฝึกที่บ้านครั้งแรก 1,500 บาท

ไม่มีข้อผูกมัดในการซื้อคอร์สต่อหลังการประเมินครั้งแรก

หลังออกจากโรงพยาบาล มีทางเลือกในการฟื้นฟู Stroke อะไรบ้าง?

หลังจากอาการป่วยระยะเฉียบพลันเริ่มคงที่และผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลแล้ว การฟื้นฟูสามารถเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่โรงพยาบาล คลินิก ศูนย์ฟื้นฟู ไปจนถึงการฟื้นฟูที่บ้าน

สิ่งสำคัญไม่ใช่การหาว่าแบบใด "ดีที่สุด" แต่คือการเลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับข้อจำกัดของผู้ป่วยแต่ละคนมากที่สุด เพื่อให้สามารถฝึกได้อย่างต่อเนื่อง เห็นผลจริง และกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้

ทางเลือกเหมาะกับใครข้อดีสิ่งที่ควรพิจารณา
โรงพยาบาลรัฐผู้ป่วยที่เดินทางได้ มีผู้พาไป และมีสิทธิการรักษาที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายต่ำ มีทีมวิชาชีพหลายด้านนัดและความถี่ขึ้นกับระบบของแต่ละโรงพยาบาล
คลินิกกายภาพบำบัดผู้ป่วยที่เดินทางได้และต้องการความยืดหยุ่นในการนัดเลือกเวลาและสถานที่ได้มากขึ้นต้องเดินทาง และโดยทั่วไปมีค่าใช้จ่ายเอง
ฟื้นฟูที่บ้านผู้ป่วยที่เดินทางลำบาก หรือต้องการฝึกในสภาพแวดล้อมที่ใช้ชีวิตจริงไม่ต้องเดินทาง ฝึกกิจกรรมในบ้านจริง และครอบครัวมีส่วนร่วมได้ต้องประเมินก่อนว่าอาการเหมาะกับการดูแลที่บ้านหรือไม่
ศูนย์ฟื้นฟู/โรงพยาบาลแบบผู้ป่วยในผู้ป่วยที่ต้องการดูแลใกล้ชิด และทางครอบครัวไม่พร้อมในการดูแลที่บ้านสามารถเข้าถึงทีมสหวิชาชีพและการดูแลใกล้ชิดต้องพักในสถานพยาบาล มีเกณฑ์รับเข้าและค่าใช้จ่ายแตกต่างกัน
ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุครอบครัวที่ต้องการความช่วยเหลือด้านการดูแลประจำวันมีผู้ช่วยดูแลกิจวัตรและความปลอดภัยระดับบริการฟื้นฟูแตกต่างกันมากในแต่ละแห่ง

แนวทางการฟื้นฟูโรคหลอดเลือดสมองในปัจจุบันสนับสนุนให้เลือกรูปแบบการดูแลตามความต้องการ เป้าหมาย และความสามารถของผู้ป่วย รวมถึงพิจารณาปัญหาเรื่องการเดินทางและการสนับสนุนจากครอบครัวด้วย

ถ้าผู้ป่วยเดินทางได้ และมีคนพาไปได้สม่ำเสมอ

โรงพยาบาลรัฐหรือคลินิกกายภาพบำบัดใกล้บ้านอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อผู้ป่วยสามารถเข้ารับการฟื้นฟูได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับครอบครัวที่มีสิทธิการรักษา ควรสอบถามโรงพยาบาลต้นสังกัดก่อนว่ามีบริการฟื้นฟูหลังออกจากโรงพยาบาลอย่างไรบ้าง เพราะอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มาก

ถ้าผู้ป่วยยังเดินทางลำบาก

ผู้ป่วยบางรายยังไม่สามารถเดินเองได้ ต้องมีคนช่วยย้ายตัวขึ้นรถ หรือการออกจากบ้านแต่ละครั้งใช้คนและเวลาเป็นจำนวนมาก

เมื่อการเดินทางเป็นอุปสรรค การฟื้นฟูที่บ้านอาจช่วยให้รักษาความต่อเนื่องของการฝึกได้ง่ายขึ้น และยังเปิดโอกาสให้นักกายภาพประเมินสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง เช่น

  • การลุกจากเตียง
  • การเดินเข้าห้องน้ำ
  • การขึ้นลงบันได
  • การเคลื่อนย้ายตัวจากเตียงไปเก้าอี้
  • การใช้วอล์กเกอร์หรือไม้เท้าภายในบ้าน
  • การจัดตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์เพื่อลดความเสี่ยงต่อการล้ม

ครอบครัวยังสามารถเรียนรู้วิธีช่วยผู้ป่วยฝึกระหว่างวันที่นักกายภาพไม่ได้เข้าบ้านได้ด้วย

ถ้าผู้ป่วยต้องการการฟื้นฟูอย่างเข้มข้นและมีความซับซ้อน

ผู้ป่วยบางรายเหมาะกับการฟื้นฟูแบบผู้ป่วยในมากกว่า โดยเฉพาะเมื่อจำเป็นต้องได้รับการดูแลจากหลายวิชาชีพอย่างใกล้ชิด หรือต้องการการฝึกที่เข้มข้นสูง

การเลือกควรประเมินเป็นรายบุคคล โดยอิงจากความต้องการทางการแพทย์ของผู้ป่วยและความซับซ้อนของอาการป่วยเป็นหลัก

แล้วศูนย์ดูแลผู้สูงอายุล่ะ?

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแต่ละแห่งมีระดับบริการการทำกายภาพบำบัดที่แตกต่างกัน บางแห่งมีนักกายภาพและทีมฟื้นฟูประจำ ในขณะที่บางแห่งเน้นการช่วยเหลือกิจวัตรประจำวันเป็นหลัก

หากผู้ป่วย Stroke ยังมีเป้าหมายด้านการฟื้นตัว ควรถามให้ชัดเจนว่า

  • มีนักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด หรือวิชาชีพอื่นหรือไม่
  • ได้รับการฝึกบ่อยเพียงใด
  • มีการตั้งเป้าหมายในการฟื้นฟูหรือไม่
  • มีการประเมินความก้าวหน้าหรือไม่

การได้รับความช่วยเหลือในการทำกิจวัตรประจำวันไม่เหมือนกับการทำกายภาพบำบัดที่มีเป้าหมายการฝึกเฉพาะ ญาติและครอบครัวจึงควรสอบถามรายละเอียดเหล่านี้ให้ชัดเจนก่อนเข้าพักที่ศูนย์เพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการฟื้นฟู

การฟื้นฟู Stroke ที่บ้านเหมาะกับใคร?

การฟื้นฟูที่บ้านอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะ หากผู้ป่วยมีอาการทางการแพทย์คงที่และมีเหตุผลข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้

  • เดินทางไปโรงพยาบาลหรือคลินิกได้ลำบาก
  • ยังต้องมีคนช่วยในการลุก ยืน เดิน หรือย้ายตัว
  • การขึ้นรถและลงรถเป็นภาระมากสำหรับผู้ป่วยและครอบครัว
  • ต้องการฝึกกิจกรรมที่เกิดขึ้นจริงภายในบ้าน
  • ต้องการให้ญาติหรือผู้ดูแลเรียนรู้วิธีช่วยฝึกอย่างถูกต้อง
  • ต้องการบริการที่สามารถวางเป้าหมายการฟื้นฟูและติดตามผลต่อเนื่อง

ข้อดีสำคัญของการฝึกที่บ้านคือ นักกายภาพได้เห็นสภาพแวดล้อมจริงของผู้ป่วย

ตัวอย่างเช่น เป้าหมายว่า "อยากเดินได้ดีขึ้น" อาจถูกเปลี่ยนให้เป็นเป้าหมายที่ชัดเจนขึ้นว่า "เดินจากเตียงไปห้องน้ำในบ้านได้โดยใช้วอล์กเกอร์ และมีผู้ช่วยหนึ่งคน"

เมื่อมีเป้าหมายชัด การเลือกสิ่งที่จะฝึกและผลลัพธ์ พัฒนาการที่เห็นได้ก็จะชัดเจนขึ้นด้วยเช่นกัน

ใครบ้างที่อาจไม่เหมาะกับการฟื้นฟูที่บ้าน?

การฟื้นฟูที่บ้านไม่ได้เหมาะกับผู้ป่วยทุกคน

หากผู้ป่วยยังมีอาการทางการแพทย์ไม่คงที่ มีภาวะแทรกซ้อนที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หรือต้องการการดูแลจากทีมสหวิชาชีพอย่างเข้มข้น โรงพยาบาลหรือศูนย์ฟื้นฟูอาจเหมาะกว่า

ในระหว่างการประเมิน หากทีม CareConnect พบว่าผู้ป่วยควรได้รับการดูแลในสถานพยาบาลหรือควรพบแพทย์เฉพาะทางเพิ่มเติม ทีมจะแนะนำให้ครอบครัวส่งต่อไปยังบริการที่เหมาะสมแทน หากผู้ป่วยมีโรคประจำตัวร่วมด้วยที่ไม่จำเป็นต้องเข้าโรงพยาบาล ทีมแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูของ CareConnect จะช่วยประเมินและวางแผนการรักษาที่บ้านโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นสำคัญ

หากประเมินแล้วพบว่าการฟื้นฟูที่บ้านไม่เหมาะกับผู้ป่วย เราจะบอกครอบครัวตรง ๆ และแนะนำทางเลือกที่เหมาะสมกว่าให้แทน

PT, OT และการฝึกพูดหรือกลืน ต่างกันอย่างไร?

การฟื้นฟูหลัง Stroke ไม่ได้มีเพียง "กายภาพบำบัด" เพราะโรคหลอดเลือดสมองสามารถกระทบทั้งการเคลื่อนไหว การใช้มือ การสื่อสาร การกลืน การคิด และความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน

ผู้ป่วยแต่ละรายจึงอาจต้องการวิชาชีพแตกต่างกัน

กายภาพบำบัด (Physical Therapy: PT)

เน้นด้านการเคลื่อนไหว เช่น

  • การพลิกตัวและลุกจากเตียง
  • การยืน
  • การทรงตัว
  • ความแข็งแรง
  • การเดิน
  • การขึ้นลงบันได
  • การใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน

สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาการเคลื่อนไหว PT มักเป็นองค์ประกอบสำคัญของการฟื้นฟู

กิจกรรมบำบัด (Occupational Therapy: OT)

เน้นความสามารถในการกลับไปทำกิจกรรมที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น

  • ใช้แขนและมือ
  • หยิบจับสิ่งของ
  • กินอาหาร
  • แต่งตัว
  • อาบน้ำ
  • เข้าห้องน้ำ
  • ทำกิจกรรมภายในบ้าน

นักกิจกรรมบำบัดยังสามารถช่วยประเมินและปรับกิจกรรมหรือสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับความสามารถของผู้ป่วย

การฟื้นฟูด้านการพูด ภาษา และการกลืน

Stroke อาจทำให้ผู้ป่วยพูดไม่ชัด สื่อสารลำบาก เข้าใจภาษาได้ยาก หรือมีปัญหาการกลืน

ผู้ป่วยกลุ่มนี้ควรได้รับการประเมินโดยบุคลากรที่มีความรู้และทักษะเฉพาะด้านตามปัญหาที่พบ โดยเฉพาะกรณีที่สงสัยว่ามีภาวะกลืนลำบาก เพราะอาจมีผลต่อความปลอดภัยในการรับประทานอาหารและน้ำ

แนวทาง NICE ระบุว่าการฟื้นฟู Stroke ควรเป็นแบบสหวิชาชีพ และครอบคลุมทั้งกายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด รวมถึงการฟื้นฟูด้านการพูดและภาษา ตามความต้องการของผู้ป่วยแต่ละราย ดังนั้นในการเลือกสถานที่ฟื้นฟู ญาติและครอบครัวควรสอบถามรายละเอียดการฝึกแบบสหสาขาวิชาชีพทุกครั้ง เพื่อให้คนไข้ได้ฝึกครบทุกด้าน ไม่ขาดด้านใดด้านหนึ่งไป

แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู

แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูมีหน้าที่มองภาพรวมของการฟื้นฟู เช่น

  • ประเมินปัญหาที่มีผลต่อการฟื้นตัว
  • ช่วยกำหนดเป้าหมายการฟื้นฟู
  • วางแผนการรักษาร่วมกับทีม
  • ประเมินภาวะแทรกซ้อน เช่น อาการเกร็งหรือปวด
  • พิจารณาว่าควรปรับแผนหรือส่งต่อเมื่อใด

การปรึกษาแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูก่อนการรักษาจะช่วยให้การฟื้นฟูทำได้อย่างเป็นระบบ วัดผลได้จริง และสามารถฝึกได้ครบทุกด้านตามความต้องการทางการแพทย์ของผู้ป่วย ที่ CareConnect คนไข้ของเราทุกรายจะได้รับการประเมินและออกแบบการรักษาเฉพาะรายจากแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูก่อน เพื่อให้คนไข้ได้ฝึกกายภาพและกิจกรรมบำบัดเต็มที่ตามศักยภาพของเขาเอง

แล้วการฝังเข็มหรือนวดช่วยผู้ป่วย Stroke ไหม?

การฝังเข็ม

มีงานวิจัยศึกษาการใช้การฝังเข็มเป็นการรักษาเสริมในผู้ป่วย Stroke แต่ไม่ควรใช้แทนการฟื้นฟูที่มุ่งฝึกความสามารถและกิจกรรมที่ผู้ป่วยต้องการกลับไปทำ

หากต้องการใช้การฝังเข็ม ควรมองเป็นการรักษาเสริมและไม่ลดการฝึกฟื้นฟูที่จำเป็น

การนวด

การนวดอาจช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลายหรือช่วยเรื่องความรู้สึกตึงในบางราย แต่ไม่ใช่การรักษาหลักเพื่อฟื้นความสามารถในการเดิน การใช้แขน หรือการทำกิจวัตร

หัวใจของการฟื้นฟูหลัง Stroke ยังคงเป็นการฝึกที่สัมพันธ์กับเป้าหมายของผู้ป่วย ทำซ้ำอย่างเหมาะสม และปรับระดับตามความสามารถ

อ่านเพิ่มเติมเรื่องการฝึกกลืนที่บ้านได้ที่ ฝึกกลืนที่บ้าน

ควรเริ่มฟื้นฟูหลัง Stroke เมื่อไร?

โดยทั่วไปควรเริ่มการฟื้นฟูเมื่อผู้ป่วยมีความพร้อมและมีความปลอดภัยทางการแพทย์ โดยไม่ควรรอโดยไม่มีเหตุผล

การฟื้นตัวมักเกิดขึ้นมากในช่วงเดือนแรก ๆ หลัง Stroke และการได้รับการฟื้นฟูที่เหมาะสมตั้งแต่ระยะแรกมีความสำคัญ

อย่างไรก็ตาม การผ่านช่วง 6 เดือนไปแล้วไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยไม่มีโอกาสดีขึ้นไปกว่านี้แล้ว

ผู้ป่วยที่เป็น Stroke มาเป็นเวลานานยังอาจได้รับประโยชน์จากการฟื้นฟู หากยังมีเป้าหมายที่สามารถพัฒนาได้ หรือมีความสามารถลดลงและจำเป็นต้องกลับมาฟื้นฟูคงสมรรถภาพร่างกายเพิ่มเติม

Canadian Stroke Best Practices ระบุว่าผู้ป่วยที่มีความต้องการการฟื้นฟูเพิ่มเติมสามารถได้รับการพิจารณาให้กลับเข้าสู่การฟื้นฟูได้ในช่วงใดของการฟื้นตัวก็ได้ หากยังมีเป้าหมายและเข้าเกณฑ์การรักษาที่เหมาะสม

ต้องทำกายภาพสัปดาห์ละกี่ครั้ง?

การทำกายภาพบำบัดที่บ้านยิ่งทำบ่อยยิ่งดี แต่ไม่มีความถี่ที่ตายตัวสำหรับผู้ป่วยทุกราย

ความถี่และความเข้มข้นควรพิจารณาจาก

  • ความรุนแรงของอาการ
  • เป้าหมายในการฟื้นฟู
  • ความสามารถในการทนต่อการฝึก
  • ความเหนื่อยล้า
  • ปัญหาทางการแพทย์อื่น
  • จำนวนกิจกรรมที่ผู้ป่วยสามารถฝึกต่อเองหรือฝึกร่วมกับครอบครัวได้

แนวทางสากลสนับสนุนการฟื้นฟูที่มีความถี่และความเข้มข้นเพียงพอตามความต้องการของผู้ป่วย ซึ่งเราแนะนำที่ 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์

ทั้งนี้การกำหนดความถี่ควรเริ่มจากการประเมินอาการก่อน แล้วจึงกำหนดว่าคนไข้ควรได้รับการกายภาพบ่อยเพียงใด และควรฝึกอะไรต่อในวันที่ไม่มีนักกายภาพอยู่ด้วย

การฟื้นฟู Stroke ที่บ้านของ CareConnect เป็นอย่างไร?

การฟื้นฟูที่บ้านไม่ควรเป็นเพียงการส่งนักกายภาพไปฝึกกับผู้ป่วยเป็นครั้ง ๆ โดยไม่มีเป้าหมายร่วมกัน

CareConnect จึงออกแบบระบบให้มีแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูร่วมวางแผน และให้นักกายภาพบำบัดที่บ้านนำแผนนั้นไปปรับใช้กับความสามารถและสภาพแวดล้อมจริงของผู้ป่วย

กระบวนการหลักมี 5 ขั้นตอน

ประเมินโดยแพทย์ → ตั้งเป้าหมาย → นักกายภาพเข้าบ้าน → ติดตามและปรับแผน → ประเมินผลอีกครั้ง

1. ก่อนเริ่ม — ประเมินโดยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู

แพทย์ประเมินผู้ป่วยผ่านระบบ telemedicine ซักประวัติ ปัญหาที่พบในชีวิตประจำวัน และเป้าหมายของผู้ป่วยกับครอบครัว

แทนที่จะตั้งเป้ากว้าง ๆ เช่น "อยากเดินได้ดีขึ้น" ทีมแพทย์จะพยายามกำหนดเป้าหมายที่นำไปใช้ฝึกได้จริง เช่น

  • ลุกจากเตียงได้โดยช่วยเหลือน้อยลง
  • เดินเข้าห้องน้ำได้เอง
  • เดินได้เองโดยไม่ต้องใช้ไม้เท้าสามขา
  • นั่งทรงตัวเพื่อรับประทานอาหารได้ดีขึ้น
  • ใช้มือช่วยหยิบจับสิ่งของได้มากขึ้น

เป้าหมายเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของการฝึกให้มีประสิทธิภาพ ทำได้จริง และเห็นผลได้ชัดเจนขึ้น

2. นักกายภาพบำบัดเข้าประเมินและฝึกที่บ้าน

ในการพบกันครั้งแรก นักกายภาพบำบัดหรือนักกิจกรรมบำบัดจะประเมินการเคลื่อนไหวและความสามารถของผู้ป่วยจากสถานการณ์จริง เช่น

  • การพลิกตัว
  • การนั่ง
  • การลุกยืน
  • การทรงตัว
  • การย้ายตัว
  • การเดิน
  • การใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน
  • ข้อจำกัดของสภาพแวดล้อมภายในบ้าน

จากนั้นจึงเริ่มการฝึกตามแผนที่แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูวางไว้และตามอาการที่ประเมินได้

3. ทีมทบทวนข้อมูลจากการประเมินที่บ้าน

ข้อมูลจากหน้างานช่วยให้ทีมเห็นสิ่งที่อาจไม่สามารถประเมินได้ทั้งหมดผ่านการพูดคุย เช่น ผู้ป่วยต้องได้รับความช่วยเหลือจริงมากน้อยเพียงใด หรือมีข้อจำกัดอะไรภายในบ้าน

หากข้อมูลใหม่มีผลต่อเป้าหมายหรือแนวทางการรักษา ทีมแพทย์สามารถนำมาปรับแผนให้เหมาะสมขึ้นได้

4. ระหว่างคอร์ส — ติดตามความก้าวหน้าและปรับแผน

การทำกายภาพในผู้ป่วย Stroke ควรมีการประเมินผลซ้ำเป็นระยะ ๆ เพื่อปรับแผนให้เหมาะสมกับพัฒนาการของคนไข้

หากคนไข้พัฒนาเร็ว เราสามารถเพิ่มระดับความยากของการฝึกได้

หากพัฒนาการไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง หรือเกิดปัญหาทางการแพทย์ ทีมสามารถนำข้อมูลกลับมาทบทวน และแพทย์สามารถพูดคุยกับครอบครัวผ่าน telemedicine อีกครั้งเพื่อพิจารณาว่าควรปรับแผนหรือส่งต่อหรือไม่

5. ช่วงท้ายคอร์ส — ประเมินผลอีกครั้ง

แพทย์ประเมินว่าผู้ป่วยมีความก้าวหน้าไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้เพียงใด และร่วมวางแผนขั้นต่อไป

  • บางรายอาจเหมาะกับการฝึกต่อ
  • บางรายสามารถลดความถี่และให้ครอบครัวช่วยฝึกมากขึ้น
  • บางรายอาจต้องการวิชาชีพอื่น หรือควรส่งต่อไปยังบริการที่เหมาะกว่า

CareConnect ต่างจากการเรียกนักกายภาพมาที่บ้านอย่างไร?

มีเป้าหมายในการฟื้นฟูที่ชัดเจน

เป้าหมายการฟื้นฟูของคนไข้ที่มาทำกับ CareConnect ไม่ใช่การทำกายภาพให้ครบ 10 ครั้ง หรือทำกายภาพ 3 เดือน

แต่คือกิจกรรมในชีวิตประจำวันที่คนไข้สามารถทำได้จริง เช่น ช่วยเหลือตัวเอง แปรงฟัน แต่งตัวเองได้ หรือเดินได้โดยไม่ต้องมีคนพยุง ซึ่งแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูจะตั้งเป้าหมายร่วมกับครอบครัวตั้งแต่แรก ทำให้ไม่มีการกายภาพไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้จุดหมาย

มีแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูร่วมวางแผน

แพทย์ช่วยประเมินภาพรวมและร่วมกำหนดทิศทางการฟื้นฟู ไม่ได้ให้นักกายภาพทำงานแยกจากข้อมูลทางการแพทย์ของผู้ป่วย ทำให้การรักษาของเราสามารถคำนึงถึงปัจจัยเฉพาะตัวของคนไข้ เช่น ความเข้มข้นของการฝึกในคนไข้ที่มีโรคความดันโลหิตสูง หรือการเน้นฝึกกล้ามเนื้อมัดใหญ่ก่อนในคนไข้โรคไตเรื้อรังเพื่อลดการเสียมวลกล้ามเนื้อ ปัจจัยเหล่านี้ต้องอาศัยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูที่ประเมินผู้ป่วยในหลายด้านประกอบกัน จึงจะสามารถวางแผนการรักษาได้ละเอียด และเหมาะสมกับสภาพร่างกายและปัจจัยทางการแพทย์ของคนไข้แต่ละราย

มีการทบทวนและปรับแผน

เมื่อความสามารถในการทำกิจกรรมของคนไข้เปลี่ยน หรือความก้าวหน้าไม่เป็นไปตามที่คาด เราสามารถนำข้อมูลกลับมาทบทวนแทนที่จะใช้โปรแกรมเดิมต่อไปโดยอัตโนมัติ

จัดทีมที่มีความชำนาญตรงกับอาการ

CareConnect จะเลือกนักกายภาพบำบัดและนักกิจกรรมบำบัดที่มีความชำนาญตรงกับอาการของคนไข้ เช่น คนที่มีปัญหาเรื่องการเดิน เราจะจัดนักกายภาพที่มีประสบการณ์ด้านการฝึกเดิน

นอกจากนี้เรายังสามารถจัดบริการผสมผสานได้ทั้งนักกายภาพบำบัดและนักกิจกรรมบำบัดในคอร์สเดียว ทำให้คนไข้ได้ฝึกทุกด้าน ไม่ต้องหานักกายภาพหลายรอบ

นักกายภาพบำบัดของ CareConnect มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจากสภากายภาพบำบัด และนักกิจกรรมบำบัดขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขากิจกรรมบำบัดกับกองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กระทรวงสาธารณสุข ทุกคนได้รับการตรวจประเมินคุณภาพจากทีม Care Quality Assurance อย่างสม่ำเสมอ

เริ่มต้นได้โดยไม่ต้องซื้อคอร์สทันที

เราเข้าใจว่าหลายครอบครัวยังไม่เคยใช้บริการกายภาพบำบัดที่บ้านมาก่อน และอาจยังไม่แน่ใจว่าเหมาะกับคนไข้หรือครอบครัวเราหรือไม่

ทาง CareConnect จึงแนะนำให้เริ่มจากขั้นแรกก่อนคือ

ประเมินและฝึกครั้งแรก — 1,500 บาท

ประกอบด้วย

  • การประเมินโดยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูผ่าน telemedicine
  • การวางเป้าหมายและแนวทางการฟื้นฟูเบื้องต้น
  • การประเมินและฝึกกับนักกายภาพบำบัดที่บ้านครั้งแรก (ประเมิน 10–15 นาที และฝึกอีก 60 นาที)

หลังจากนั้น ครอบครัวจึงค่อยตัดสินใจว่าจะฝึกต่อกับ CareConnect หรือไม่

หากเห็นว่าไม่เหมาะสมกับเรา ไม่จำเป็นต้องซื้อคอร์สต่อ ไม่มีข้อผูกมัดใด ๆ

ค่าบริการฟื้นฟูที่บ้าน

โปรแกรมฟื้นฟู 10 ครั้ง — 15,900 บาท

รวม

  • นักกายภาพบำบัดเข้าฝึกที่บ้านทั้งหมด 10 ครั้ง
  • การประเมินและวางแผนโดยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูผ่าน telemedicine ก่อนเริ่มโปรแกรม
  • การประเมินโดยแพทย์อีกครั้งในช่วงท้ายโปรแกรม
  • การทบทวนแผนระหว่างโปรแกรมเมื่อมีปัญหาทางการแพทย์ หรือความก้าวหน้าไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

เริ่มก่อนเพียง 1,500 บาท

ครอบคลุมการประเมินโดยแพทย์และการฝึกที่บ้านครั้งแรก

หากต้องการฝึกต่อ จึงชำระส่วนที่เหลือ 14,400 บาท เพื่อรับบริการต่อจนครบ 10 ครั้ง โดยสามารถแบ่งชำระได้ตามเงื่อนไขของบริการ

หากประเมินแล้วเห็นว่าไม่เหมาะกับผู้ป่วย สามารถจบการใช้บริการหลังครั้งแรกได้ ไม่มีข้อผูกมัดในการซื้อคอร์ส

ใช้สิทธิบัตรทอง ประกันสังคม หรือสิทธิข้าราชการได้ไหม?

สิทธิและรูปแบบบริการฟื้นฟูที่ได้รับขึ้นอยู่กับระบบสิทธิ โรงพยาบาลต้นสังกัด และบริการที่มีในแต่ละพื้นที่

หากต้องการใช้สิทธิของรัฐ แนะนำให้สอบถามโรงพยาบาลต้นสังกัดก่อนว่ามีบริการฟื้นฟูหลังออกจากโรงพยาบาล การเยี่ยมบ้าน หรือระบบส่งต่อในพื้นที่หรือไม่

บริการ CareConnect เป็นบริการเอกชน หากต้องการทราบว่าสามารถใช้สิทธิ ประกันสุขภาพ หรือเบิกค่าใช้จ่ายในกรณีใดได้บ้าง สามารถสอบถามทีมก่อนเริ่มบริการ

อ่านเพิ่มเติมเรื่องสิทธิการรักษาสำหรับผู้ป่วย Stroke ได้ที่ เพิ่งออกจากโรงพยาบาลหลังเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ต้องทำอะไรบ้าง? รวมจบในโพสต์เดียว

ทีมของเรา

พญ.จิราภรณ์ ตั้งกฤษณขจร

พญ.จิราภรณ์ ตั้งกฤษณขจร (เลข ว.56081)

แพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูประจำ CareConnect

ให้บริการวันจันทร์–ศุกร์ เวลา 15.00–18.00 น.

  • แพทยศาสตร์บัณฑิต, มศว
  • เวชศาสตร์ฟื้นฟู, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ปัจจุบันทำงานที่โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา

นพ.สุวินัย จิระบุญศรี (เลข ว.78040)

แพทย์ผู้ดูแลคุณภาพ

ให้บริการวันจันทร์–ศุกร์ เวลา 9.00–19.00 น.

นักกายภาพบำบัด

  • นักกายภาพ ศิริภรณ์ สมบูรณ์

    ศิริภรณ์ สมบูรณ์

    ก.5074 ประสบการณ์ 17 ปี

    • กทม. และปริมณฑล
  • นักกายภาพ มีน พรหมมนตรี

    มีน พรหมมนตรี

    ก.9295 ประสบการณ์ 11 ปี

    • กทม.
    • นนทบุรี
  • นักกายภาพ จิรวัฒน์ ดวงอินทร์

    จิรวัฒน์ ดวงอินทร์

    ก.11177 ประสบการณ์ 10 ปี

    • นครราชสีมา
  • นักกายภาพ ชัยอนันต์ บังจันทร์

    ชัยอนันต์ บังจันทร์

    ก.9473 ประสบการณ์ 11 ปี

    • ชลบุรี

แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู

ประเมิน วางเป้าหมาย และติดตามภาพรวมของการฟื้นฟู

นักกายภาพบำบัด

ประเมินและฝึกด้านการเคลื่อนไหว การทรงตัว การยืน การเดิน และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง

นักกิจกรรมบำบัด

ให้บริการในรายที่มีความจำเป็นด้านการใช้มือและกิจวัตรประจำวัน ตามแผนการดูแล

ดูทีม CareConnect ได้ที่ เกี่ยวกับ CareConnect

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฟื้นฟู Stroke ที่บ้าน

เริ่มฟื้นฟูที่บ้านได้เร็วแค่ไหนหลังออกจากโรงพยาบาล?

สามารถเริ่มได้เมื่อผู้ป่วยมีอาการทางการแพทย์คงที่

โดยทั่วไปไม่ควรหยุดการฟื้นฟูโดยไม่มีเหตุผลหลังออกจากโรงพยาบาล เพราะความต่อเนื่องของการฝึกมีความสำคัญต่อผลลัพธ์

หากไม่แน่ใจว่าผู้ป่วยพร้อมหรือไม่ สามารถให้แพทย์ประเมินก่อนเริ่มได้

Stroke มาเกิน 6 เดือนหรือ 1 ปีแล้ว ยังทำกายภาพได้ไหม?

สามารถทำได้

การฟื้นตัวมักเกิดขึ้นมากในช่วงแรกหลัง Stroke แต่ไม่ได้หมายความว่าหลัง 6 เดือนแล้วจะไม่สามารถพัฒนาได้อีก

สิ่งสำคัญคือประเมินว่าปัจจุบันผู้ป่วยมีข้อจำกัดอะไร มีเป้าหมายอะไร และมีความสามารถที่จะมีพัฒนาดีขึ้นกว่านี้ได้หรือไม่ ซึ่งคุณหมอจะช่วยประเมินอย่างละเอียด

ต้องฝึกสัปดาห์ละกี่ครั้ง?

ขึ้นกับคนไข้แต่ละคน โดยทั่วไปจะแนะนำที่ 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์

ความถี่ควรพิจารณาจากเป้าหมาย ความรุนแรง ความทนต่อการฝึก และความสามารถในการฝึกต่อด้วยตัวเองหรือกับครอบครัว

หลังประเมิน ทีมจะช่วยแนะนำรูปแบบและความถี่ที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

คนไข้นอนติดเตียงสามารถทำกายภาพที่บ้านได้ไหม?

บางรายสามารถทำได้ และอาจได้ประโยชน์จากการประเมินเรื่องการเคลื่อนไหว การจัดท่า การย้ายตัว และความสามารถในการทำกิจกรรมต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม คำว่า "ติดเตียง" มีหลายระดับ และสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยลุกไม่ได้แตกต่างกัน จึงควรประเมินก่อนว่าปัญหาใดสามารถฟื้นฟูได้ และมีข้อควรระวังทางการแพทย์หรือไม่

แขนยังไม่ขยับเลย ควรทำกายภาพหรือไม่?

ควรได้รับการประเมินก่อน เพราะการวางแผนไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าขยับได้หรือไม่ได้เพียงอย่างเดียว

นักกายภาพหรือทีมฟื้นฟูจะประเมินการควบคุมกล้ามเนื้อ ข้อต่อ การเกร็ง ความรู้สึก ความเจ็บปวด และความสามารถด้านอื่นร่วมกัน ก่อนกำหนดสิ่งที่เหมาะสมในการฝึก

ถ้าพูดไม่ได้หรือกลืนลำบาก นักกายภาพช่วยได้ไหม?

ควรแจ้งทีมตั้งแต่ก่อนเริ่ม เพราะปัญหาด้านภาษา การพูด และการกลืนอาจต้องได้รับการประเมินโดยบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะด้าน

โดยเฉพาะปัญหาการกลืน ไม่ควรทดลองปรับอาหารหรือวิธีฝึกเองโดยไม่มีการประเมินที่เหมาะสม

ทาง CareConnect มีคอร์สฝึกกลืนโดยเฉพาะเพื่อดูแลปัญหาเรื่องการกลืนและการขับเสมหะโดยนักกิจกรรมบำบัดเฉพาะด้าน

กายภาพบำบัดครั้งแรก ทำอะไรบ้าง?

ก่อนเริ่มบริการ ทีมจะอธิบายขั้นตอนและให้ผู้ป่วยหรือผู้แทนลงนามในเอกสารยินยอม

นักกายภาพจะเริ่มจากการประเมิน เช่น การเคลื่อนไหวของข้อต่อ ความแข็งแรง การทรงตัว การลุกยืน การย้ายตัว หรือการเดินตามความสามารถของผู้ป่วย ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที

จากนั้นจึงเริ่มการฝึกที่เหมาะสมกับสิ่งที่ประเมินได้และเป้าหมายที่ตั้งไว้ อีกเต็มเวลา 60 นาที เช่น การฝึกขยับข้อต่อ การฝึกต้านแรงกล้ามเนื้อ การฝึกทรงตัวขณะนั่งหรือยืน และการเดิน

เนื่องจากมีการจัดทำเอกสารเข้ารับการรักษาและการประเมินครั้งแรก ญาติควรเผื่อเวลาไว้ประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ในครั้งถัด ๆ ไปจะใช้เวลา 1 ชั่วโมง ตามระยะเวลาที่ใช้ฝึก

ต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรที่บ้านไหม?

โดยทั่วไปครอบครัวควรเตรียมอุปกรณ์ส่วนตัวที่ผู้ป่วยใช้อยู่ เช่น วอล์กเกอร์ ไม้เท้า รถเข็น หรืออุปกรณ์พยุงที่มีอยู่

นักกายภาพจะเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการประเมินและการฝึกตามแผนของแต่ละราย หากจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะ ทีมจะแจ้งครอบครัวล่วงหน้า

ญาติต้องอยู่ด้วยตอนทำกายภาพไหม?

หากเป็นไปได้ การมีผู้ดูแลหรือสมาชิกในครอบครัวร่วมเรียนรู้บางช่วงของการฝึกจะมีประโยชน์มาก โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ต้องได้รับความช่วยเหลือระหว่างวัน เนื่องจากนักกายภาพจะสอนวิธีการเคลื่อนย้ายหรือช่วยเหลือผู้ป่วยที่ถูกต้องให้ญาติ

ครอบครัวจะได้เข้าใจว่าสิ่งใดควรช่วย สิ่งใดควรให้ผู้ป่วยลองทำเอง และมีกิจกรรมอะไรที่สามารถฝึกต่อได้อย่างเหมาะสมด้วยเช่นกัน

ให้บริการพื้นที่ไหนบ้าง?

ปัจจุบัน CareConnect ให้บริการใน 22 จังหวัด ครอบคลุมกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดอื่น ๆ

เนื่องจากพื้นที่ให้บริการของนักกายภาพแต่ละช่วงเวลาอาจแตกต่างกัน สามารถส่งตำบลหรืออำเภอให้ทีมตรวจสอบพื้นที่ก่อนนัดหมายได้ทาง LINE

นักกายภาพบำบัดมีใบประกอบวิชาชีพไหม?

มี นักกายภาพบำบัดและนักกิจกรรมบำบัดที่ให้บริการกับ CareConnect มีใบประกอบวิชาชีพตามกฎหมาย และ CareConnect จดทะเบียนเป็นสถานพยาบาล (ภายใต้ชื่อสถานพยาบาล เวชการคลีนิกเวชกรรม) กับกระทรวงสาธารณสุข

ถ้านักกายภาพไม่เข้ากับผู้ป่วย เปลี่ยนได้ไหม?

ได้ ความสัมพันธ์และการสื่อสารระหว่างผู้ป่วย ครอบครัว และผู้ให้บริการมีผลต่อความต่อเนื่องในการฝึก หากรู้สึกว่าไม่เหมาะ สามารถแจ้งทีมเพื่อพิจารณาเปลี่ยนผู้ให้บริการได้

ถ้าต้องหยุดกลางคอร์ส จะเสียเงินทั้งหมดไหม?

หากผู้ป่วยมีเหตุจำเป็น เช่น ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ย้ายที่อยู่ หรือมีภาวะสุขภาพที่ทำให้ไม่เหมาะกับการฝึกต่อ CareConnect จะคืนเงินในส่วนของบริการที่ยังไม่ได้ใช้ โดยคิดเฉพาะบริการที่เกิดขึ้นแล้วตามเงื่อนไขของบริษัท

เลื่อนหรือยกเลิกนัดได้ไหม?

สามารถเลื่อนได้โดยแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วันก่อนถึงวันนัดหมาย

หากมีเหตุจำเป็นด้านสุขภาพที่เกิดขึ้นกะทันหัน สามารถแจ้งยกเลิกในวันนัดได้โดยแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง

กรณียกเลิกกะทันหันโดยไม่มีเหตุจำเป็นหรือไม่มาตามนัดเกิน 2 ครั้ง ตั้งแต่ครั้งที่ 3 เป็นต้นไป อาจมีค่าชดเชยการเดินทาง 500 บาท เฉพาะกรณีที่ผู้ให้บริการออกเดินทางแล้ว

อ่านเงื่อนไขการเลื่อนนัดและการคืนเงินฉบับเต็ม

มีรีวิวจากครอบครัวที่เคยใช้บริการไหม?

มี สามารถอ่านประสบการณ์จากครอบครัวที่เคยใช้บริการ CareConnect ได้ทาง Google และ Facebook

อ่านรีวิวจากผู้ใช้บริการ

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าควรฟื้นฟูแบบไหน

ครอบครัวไม่จำเป็นต้องตัดสินใจซื้อคอร์สตั้งแต่ครั้งแรก

สามารถเริ่มจากการประเมินกับแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและให้นักกายภาพเข้าประเมินและฝึกที่บ้านครั้งแรกในราคา 1,500 บาท

หลังจากเห็นสภาพจริงและมีเป้าหมายการฟื้นฟูที่ชัดเจนแล้ว จึงค่อยตัดสินใจว่าควร

  • ฝึกต่อที่บ้าน
  • ใช้บริการร่วมกับโรงพยาบาลหรือคลินิก
  • หรือเปลี่ยนไปใช้รูปแบบการฟื้นฟูอื่นที่เหมาะกว่า

เป้าหมายไม่ใช่การทำกายภาพให้ครบเวลาหรือทำให้มากครั้ง แต่คือการเลือกรูปแบบการฟื้นฟูที่เหมาะกับผู้ป่วยและสามารถทำต่อเนื่องได้จริง

จองการประเมินและฝึกครั้งแรก

จองวันทดลองทำกายภาพ

ประเมินโดยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและฝึกครั้งแรกที่บ้าน 1,500 บาท ไม่มีข้อผูกมัดในการซื้อคอร์สต่อ

เลือกวันและเวลาที่สะดวก ทีมงานจะติดต่อกลับเพื่อชำระเงินและยืนยันการจอง

1. ข้อมูลคนไข้
ตอนนี้คนไข้เคลื่อนไหวได้แค่ไหน (ไม่บังคับ)
เป็นมานานเท่าไร (ไม่บังคับ)
2. สถานที่และวันนัดฝึกครั้งแรก
ช่วงเวลา

ทีมงานจะติดต่อเพื่อชำระเงิน ยืนยันวันนัด และนัดเวลาประเมินกับแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูก่อนวันฝึกครั้งแรก

3. ข้อมูลผู้ติดต่อ
สะดวกให้ติดต่อกลับทาง (ไม่บังคับ)

ยังไม่ต้องชำระเงินตอนนี้ ทีมงานจะติดต่อภายใน 24 ชั่วโมงเพื่อแจ้งช่องทางชำระเงิน การจองจะยืนยันเมื่อชำระเงินเรียบร้อย

อ้างอิงทางการแพทย์

  • NICE Guideline NG236 — Stroke rehabilitation in adults (2023) แนวทางครอบคลุมการฟื้นฟูแบบสหวิชาชีพ ความเข้มข้นของการฝึก การตั้งเป้าหมาย การมีส่วนร่วมของครอบครัว และการวางแผนหลังออกจากโรงพยาบาล
  • Canadian Stroke Best Practices — Outpatient & Community-Based Rehabilitation ครอบคลุมการฟื้นฟูแบบผู้ป่วยนอก การฟื้นฟูที่บ้าน การดูแลแบบสหวิชาชีพ ความถี่ในการให้การรักษา และการพิจารณากลับเข้าสู่การฟื้นฟูในระยะต่อมา

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับการฟื้นฟูหลังโรคหลอดเลือดสมอง ไม่สามารถใช้แทนการประเมินหรือคำแนะนำเฉพาะรายจากบุคลากรทางการแพทย์ได้

เริ่มประเมินและฝึกครั้งแรก 1,500 บาท LINE