อาการโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เป็นอย่างไร และต้องทำอย่างไรเมื่อสงสัยว่าเป็น Stroke

วิธีสังเกตอาการโรคหลอดเลือดสมอง อาการที่คนมักไม่คิดว่าเป็นสโตรก สิ่งที่ต้องทำทันที และสิ่งที่ไม่ควรทำเด็ดขาด อธิบายโดยแพทย์

โดย นพ.สุวินัย จิระบุญศรี

โรคหลอดเลือดสมองเป็นภาวะที่การรักษาได้ผลดีที่สุดเมื่อมาถึงโรงพยาบาลเร็ว แต่ปัญหาคือคนส่วนใหญ่ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าใช่สโตรกหรือไม่ จึงเลือกที่จะรอดูก่อน บางคนอาจคิดว่าพักผ่อนน้อย บางคนคิดว่าลองนอนพักดูก่อนว่าดีขึ้นไหม แต่สำหรับโรค Stroke ไม่ควรรอครับ

โพสต์นี้จะอธิบายว่าอาการสโตรกหน้าตาเป็นอย่างไร อาการแบบไหนที่คนมักไม่คิดว่าเป็นสโตรก และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องทำอะไรและไม่ควรทำอะไรในนาทีนั้นครับ

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

  • อาการหลักที่ต้องจำให้ได้
  • อาการที่คนมักไม่คิดว่าเป็นสโตรก
  • สิ่งที่ต้องทำทันที
  • สิ่งที่ไม่ควรทำเด็ดขาด
  • ถ้าอาการหายไปเองภายในไม่กี่นาที
  • เมื่อไปถึงโรงพยาบาลจะเจออะไร

อาการหลักที่ต้องจำให้ได้

ตัวช่วยจำที่ใช้กันทั่วโลกคือ B.E. F.A.S.T. ครับ

  • B — Balance: เดินเซ ทรงตัวไม่ได้ ล้มโดยไม่มีสาเหตุ
  • E — Eyes: ตามัว มองไม่เห็นบางส่วน หรือเห็นภาพซ้อนทันที
  • F — Face: หน้าเบี้ยว มุมปากตก ยิ้มแล้วสองข้างไม่เท่ากัน
  • A — Arm: แขนหรือขาอ่อนแรงหรือชาข้างเดียว ยกแขนสองข้างแล้วข้างหนึ่งตก
  • S — Speech: พูดไม่ชัด พูดไม่ออก หรือฟังไม่เข้าใจ
  • T — Time: ถึงเวลาต้องไปโรงพยาบาลทันที

สิ่งที่อยากเน้นคือคำว่า "ทันทีทันใด" ครับ

อาการสโตรกมักเกิดขึ้นแบบฉับพลัน ไม่ใช่ค่อย ๆ เป็นทีละน้อยตลอดทั้งวัน ถ้าเมื่อสิบนาทีก่อนยังพูดคุยปกติ แล้วตอนนี้พูดไม่ชัดขึ้นมา นั่นคือสัญญาณที่ต้องรีบ

และไม่จำเป็นต้องมีครบทุกข้อ มีเพียงข้อเดียวก็ถือว่าต้องไปโรงพยาบาลแล้ว

อาการที่คนมักไม่คิดว่าเป็นสโตรก

ในทางปฏิบัติ ผมพบว่าครอบครัวมักจำได้ว่า "หน้าเบี้ยว แขนอ่อนแรง พูดไม่ชัด" คืออาการของสโตรก แต่มีอาการอีกหลายแบบที่เป็นสโตรกได้เหมือนกัน และมักถูกมองข้ามไป

เวียนศีรษะรุนแรงฉับพลันร่วมกับเดินเซ

หลายคนคิดว่าเป็นบ้านหมุนธรรมดาหรือน้ำในหูไม่เท่ากัน แต่ถ้าเวียนศีรษะขึ้นมาทันทีจนทรงตัวไม่ได้ เดินไม่ตรง หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น พูดไม่ชัด เห็นภาพซ้อน หรือกลืนลำบาก ควรนึกถึงสโตรกไว้ด้วย

ปวดศีรษะรุนแรงฉับพลันแบบไม่เคยเป็นมาก่อน

ปวดขึ้นมาทันทีจนถึงจุดที่ปวดที่สุดภายในไม่กี่วินาที บางคนบรรยายว่าเหมือนถูกตีที่ท้ายทอย อาจมีคอแข็ง คลื่นไส้อาเจียน หรือหมดสติร่วมด้วย อาการแบบนี้อาจเกิดจากหลอดเลือดสมองโป่งพองแตก และต้องไปโรงพยาบาลทันทีแม้จะยังขยับแขนขาได้ปกติ

สับสน งุนงง พูดจาไม่รู้เรื่องขึ้นมากะทันหัน

ในผู้สูงอายุ อาการแบบนี้มักถูกตีความว่าเป็นความจำเสื่อมหรืออาการของวัย แต่ถ้าเกิดขึ้นแบบฉับพลันภายในไม่กี่นาทีหรือไม่กี่ชั่วโมง ไม่ใช่ค่อย ๆ แย่ลงเป็นเดือน นั่นคือเรื่องที่ต้องรีบ

ตามัวหรือมองไม่เห็นข้างหนึ่งแบบฉับพลัน

อาจเป็นการมองไม่เห็นทั้งตาข้างหนึ่ง หรือมองไม่เห็นลานสายตาด้านใดด้านหนึ่งของทั้งสองตา บางคนสังเกตว่าเดินชนของด้านเดียวซ้ำ ๆ

กลืนลำบากหรือสำลักขึ้นมาทันที

โดยเฉพาะถ้าเกิดร่วมกับเสียงเปลี่ยนหรือพูดไม่ชัด

อาการเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าเป็นสโตรกเสมอไปครับ แต่เมื่อเกิดขึ้นแบบฉับพลัน การไปโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ประเมินย่อมดีกว่าการรอดูอยู่ที่บ้าน

สิ่งที่ต้องทำทันที

โทร 1669

เป็นสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน โทรได้ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง ทั่วประเทศ

จดเวลาที่เริ่มมีอาการ

นี่เป็นข้อมูลที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่ครอบครัวจะช่วยคุณหมอได้ เพราะกรอบเวลาเป็นตัวกำหนดว่าคนไข้จะได้รับการรักษาแบบใดได้บ้าง

ถ้าไม่ทราบเวลาที่แน่นอน เช่น คนไข้ตื่นมาแล้วมีอาการอยู่แล้ว ให้จำเวลาที่ "เห็นคนไข้ปกติครั้งสุดท้าย" แทน เช่น เข้านอนตอนสี่ทุ่มยังปกติดี ก็ให้ถือว่าสี่ทุ่มเป็นเวลาอ้างอิง

จัดท่าให้ปลอดภัย

ให้คนไข้นอนราบหรือนอนตะแคง อย่าให้อยู่คนเดียว และถ้ามีอาเจียนหรือน้ำลายไหลมาก ให้นอนตะแคงเพื่อไม่ให้สำลัก

เตรียมข้อมูลสำหรับแพทย์

ยาที่คนไข้กินประจำ โรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา และเวลาที่เริ่มมีอาการ ถ้าหยิบซองยาติดไปด้วยได้จะช่วยได้มาก

สิ่งที่ไม่ควรทำเด็ดขาด

ส่วนนี้สำคัญไม่แพ้ส่วนที่แล้วครับ เพราะหลายอย่างที่ทำกันด้วยความหวังดี กลับทำให้คนไข้แย่ลง

อย่าให้น้ำหรืออาหาร

คนไข้สโตรกจำนวนมากมีปัญหาการกลืนตั้งแต่นาทีแรก การป้อนน้ำหรือยาอาจทำให้สำลักลงปอด ซึ่งนำไปสู่ปอดติดเชื้อได้ แม้คนไข้จะบอกว่าหิวน้ำ ก็ควรรอให้แพทย์ประเมินก่อน

อย่าให้ยาแอสไพรินหรือยาอื่นเอง

ข้อนี้สำคัญมาก หลายคนเข้าใจว่าแอสไพรินช่วยละลายลิ่มเลือดจึงรีบให้กิน

แต่สโตรกมีสองชนิด คือชนิดเส้นเลือดตีบ และชนิดเส้นเลือดแตก ซึ่งแยกจากอาการภายนอกไม่ได้ ต้องสแกนสมองเท่านั้น ถ้าคนไข้เป็นชนิดเส้นเลือดแตก การให้ยาที่ทำให้เลือดแข็งตัวยากขึ้นจะทำให้เลือดออกมากขึ้น และเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

อย่านวด กดจุด บีบนิ้ว หรือใช้วิธีพื้นบ้านอื่น ๆ

ไม่มีหลักฐานว่าวิธีเหล่านี้ช่วยให้เลือดกลับไปเลี้ยงสมองได้ และเวลาที่ใช้ไปกับการทำสิ่งเหล่านี้คือเวลาที่เสียไปจากการรักษาที่ได้ผลจริง

อย่ารอดูอาการ

ไม่ว่าจะรอให้ดีขึ้นเอง รอจนเช้า หรือรอให้ญาติคนอื่นมาถึงก่อน ล้วนทำให้เสียโอกาส

โดยเฉพาะอาการที่เกิดตอนกลางคืน หลายครอบครัวเลือกรอจนเช้าเพราะไม่อยากรบกวนใคร แต่โรงพยาบาลมีทีมรับผู้ป่วยฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงครับ ทุกชั่วโมงมีค่า และยิ่งไปโรงพยาบาลเร็ว ยิ่งช่วยเซลล์สมองจากความเสียหายได้มาก ห้ามรอครับ

อย่าพยายามปลุกหรือเขย่าตัวแรง ๆ

ถ้าคนไข้ไม่รู้สึกตัว ให้จัดท่านอนตะแคงและรอทีมแพทย์ฉุกเฉิน

ถ้าอาการหายไปเองภายในไม่กี่นาที

กรณีนี้อันตรายกว่าที่คนส่วนใหญ่คิดครับ

อาการอ่อนแรง พูดไม่ชัด หรือตามัว ที่เกิดขึ้นแล้วหายไปเองภายในไม่กี่นาทีถึงหนึ่งชั่วโมง อาจเป็นภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว (Transient Ischemic Attack หรือ TIA)

หลายครอบครัวเห็นว่าอาการหายแล้วจึงสบายใจและไม่ไปโรงพยาบาล

แต่ TIA คือสัญญาณเตือนว่าหลอดเลือดสมองมีปัญหาอยู่ และความเสี่ยงที่จะเกิดสโตรกจริงจะสูงที่สุดในช่วงไม่กี่วันแรกหลังจากนั้น

การไปโรงพยาบาลเพื่อหาสาเหตุและเริ่มการป้องกันทันที จึงเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการหยุดสโตรกก่อนที่มันจะเกิดจริง อย่ารอถึงวันนัดหมอครั้งหน้าครับ

เมื่อไปถึงโรงพยาบาลจะเจออะไร

หลายครอบครัวลังเลที่จะไปเพราะไม่รู้ว่าจะเจอกับอะไร ผมจึงอยากอธิบายคร่าว ๆ ไว้

เมื่อแจ้งว่าสงสัยสโตรก คนไข้มักได้รับการประเมินอย่างรวดเร็ว ทีมจะซักประวัติโดยเฉพาะเวลาที่เริ่มมีอาการ ตรวจร่างกายทางระบบประสาท และส่งสแกนสมองเป็นลำดับแรก เพื่อแยกว่าเป็นชนิดตีบหรือแตก

จากนั้นแพทย์จะอธิบายทางเลือกการรักษาตามชนิดและกรอบเวลาที่คนไข้มาถึง

ในกรณีที่ตรวจแล้วไม่ใช่สโตรก ก็ยังได้ประโยชน์คือรู้สาเหตุที่แท้จริงของอาการ ซึ่งดีกว่าการเดาอยู่ที่บ้าน

ไม่มีใครถูกตำหนิที่มาโรงพยาบาลแล้วปรากฏว่าไม่ได้เป็นสโตรกครับ การมาแล้วไม่ใช่ ดีกว่าการไม่มาแล้วใช่

สรุป

อาการที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที คืออาการที่เกิดขึ้นแบบฉับพลัน ได้แก่ หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงข้างเดียว พูดไม่ชัด เดินเซ ตามัว หรือปวดศีรษะรุนแรงแบบไม่เคยเป็นมาก่อน

สิ่งที่ต้องทำคือ โทร 1669 จดเวลาที่เริ่มมีอาการ จัดท่าให้ปลอดภัย และเตรียมข้อมูลยาที่คนไข้กินประจำ

สิ่งที่ไม่ควรทำคือ ให้น้ำหรืออาหาร ให้ยาเอง นวดหรือกดจุด และรอดูอาการ

และแม้อาการจะหายไปเองแล้ว ก็ยังควรไปโรงพยาบาลครับ

อ่านต่อ

อยากเข้าใจว่าสโตรกชนิดตีบกับชนิดแตกต่างกันอย่างไร อ่านได้ที่ เส้นเลือดในสมองตีบ กับ เส้นเลือดในสมองแตก ต่างกันอย่างไร

ถ้าคนไข้ผ่านช่วงเฉียบพลันมาแล้วและกำลังจะกลับบ้าน อ่านได้ที่ เพิ่งออกจากโรงพยาบาลหลังเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ต้องทำอะไรบ้าง

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่สามารถใช้แทนการประเมินหรือคำแนะนำเฉพาะรายจากแพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วยได้ หากสงสัยว่ามีอาการโรคหลอดเลือดสมอง ควรโทร 1669 หรือไปโรงพยาบาลทันที

แหล่งอ้างอิง

  • AHA/ASA Guidelines for the Early Management of Patients With Acute Ischemic Stroke
  • แนวทางการรักษาโรคหลอดเลือดสมอง สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์
  • สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) สายด่วน 1669

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์ผู้ดูแลของคุณได้